เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการเปลี่ยนตำแหน่ง การย้าย และการโอน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันได้ มาบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย และหลักเกณฑ์และวิธีการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ณ โรงแรมบียอนด์ สวีท บางพลัด กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเปลี่ยนตำแหน่ง ย้าย และการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นผู้สอบแข่งขันได้มาบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย (ว 10/2561) และหลักเกณฑ์และวิธีการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างส่วนราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ว 13/2562) ซึ่งใช้บังคับมาเป็นระยะเวลานาน ประกอบกับในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงบริบทในการบริหารงานบุคคล ทำให้มีบางประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายและแนวทางการบริหารงานบุคคลในปัจจุบัน รวมถึงมีบางส่วนราชการมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ ส่งผลให้การนำหลักเกณฑ์เดิมไปใช้เกิดความไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาหลักเกณฑ์ฯ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและสถานการณ์ในปัจจุบัน และเพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงานการศึกษา สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล และเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาจัดทำร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าว และได้ดำเนินการจัดประชุมเพื่อจัดทำร่างหลักเกณฑ์ฯไปแล้ว จำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 และวันที่ 7 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา
การประชุมในครั้งนี้เป็นการนำร่างหลักเกณฑ์ที่ได้จากที่ประชุมมาร่วมกันพิจารณา ทบทวนในรายละเอียด และให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ มีความชัดเจน เหมาะสม ใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย กลไกการบริหารงานบุคคล บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงโครงสร้างองค์กรที่มีการปรับเปลี่ยนตามบริบทในปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในการบริหารงานบุคคลฯ อันจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพด้านการศึกษาในภาพรวมของประเทศต่อไป โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้แทนส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานการศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารสำนักงาน ก.ค.ศ. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. รวม 60 คนเข้าร่วมการประชุม

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่
