
วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ดร. ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผ่านระบบออนไลน์ ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ สำนักงาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในฐานะเลขานุการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ปฏิบัติงานด้านการบริหารงานบุคคลทั้ง 245 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศรวม 735 คน เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting
การประชุมสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และยกระดับคุณภาพการดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้มีความถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยเฉพาะบทบาทการดำเนินงานของฝ่ายเลขานุการใน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารสำนักงาน ก.ค.ศ. ร่วมการอภิปรายในหัวข้อ บทบาทของเครือข่ายในการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และการกำกับ ติดตาม และตรวจสอบคำสั่งการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประเด็นข้อกฎหมายจากคำพิพากษาของศาลปกครอง การสรรหาและการเลื่อนระดับตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตร 38 ค. (2) หลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ และแนวทางการดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินวิทยฐานะของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้กล่าวถึงการดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับนโยบายจาก ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. เร่งขับเคลื่อน ได้แก่ นโยบายการลดภาระของข้าราชการครู ซึ่งในตอนนี้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มากำหนดเป็นตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จำนวน 621 ตำแหน่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอข้อมูลตามมติ ก.ค.ศ. (ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568) ให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) พิจารณา นอกจากนี้ รมว.ศธ. ยังได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ. พัฒนาหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะในระบบ DPA ให้สมบูรณ์และสอดคล้องกับการประเมินทุกตำแหน่งมากยิ่งขึ้น ด้านระบบการย้ายข้าราชการครู (TRS) สำนักงาน ก.ค.ศ. ก็จะพัฒนาและปรับปรุงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการย้ายในครั้งต่อ ๆ ไป
ทั้งนี้ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจัดการศึกษาในภาพรวมของประเทศ ซึ่งการประชุมนี้เป็นการเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างความเข้าใจร่วมกัน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานในระดับเขตพื้นที่การศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลอย่างยั่งยืนต่อไป







































กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่
