logo Eng
English (UK)EN
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2565

IMG 3617

        ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 8/2565 วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ คือ

          อนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2 ราย

         สืบเนื่องจากปัจจุบัน ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ว่างเพิ่มใหม่จากผู้ดำรงตำแหน่งเดิมได้รับคำสั่งรับโอนมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2 ตำแหน่ง ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงขออนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ที่ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามลำดับที่ที่ได้รับการคัดเลือกและตามจำนวนตำแหน่งว่าง (2 ตำแหน่ง) จำนวน 2 ราย 

        ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้การบริหารงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำไปสู่การปฏิบัติและการบริหารจัดการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาได้อย่างคล่องตัวเกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพ จึงอนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2 ราย โดยคงให้ได้รับเงินเดือนและได้รับวิทยฐานะตามที่ได้รับอยู่เดิม ทั้งนี้ ให้มีผลการแต่งตั้ง ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2565 ตามที่ สพฐ.เสนอ

-------------------------------------------------------------

 

01

 

08

 061103

05

 

07

10

09

13

12

04

14

16

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ สำนักงาน ก.ค.ศ.

  • Hits: 4675

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 7/2565

 1

           ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 7/2565 วันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2565 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุมซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

          1. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

          สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มาเป็นระยะเวลานานแล้ว หลักเกณฑ์ดังกล่าวจึงไม่สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน รวมถึงองค์ประกอบเพื่อใช้พิจารณาการย้ายกรณีปกติยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งที่กำหนดขึ้นใหม่ตาม ว 3/2564 ซึ่งเดิมหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ กำหนดให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย 2 ปี และดำรงตำแหน่งครู อีก 2 ปี รวมเวลา 4 ปี ถึงจะยื่นคำร้องขอย้ายได้ทำให้ข้าราชการครูฯ ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในสถานศึกษาที่อยู่ห่างไกลภูมิลำเนาต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น และขาดขวัญกำลังใจในการทำงาน ก.ค.ศ.พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้น และเพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อันจะส่งผลถึงการพัฒนาคุณภาพของการศึกษาจึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

          1. กำหนดให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายฯ ไปใช้ย้ายครูกับทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

          2. กำหนดการย้ายเป็น 3 กรณี ได้แก่ การย้ายกรณีปกติ การย้ายกรณีพิเศษ และการย้ายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ

          3. การปรับแก้/เพิ่มเติม การย้ายในแต่ละกรณี ดังนี้

การย้ายกรณีปกติ

          1. คุณสมบัติของผู้ขอย้าย โดยผู้ที่ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย เมื่อพ้นการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มและได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูแล้ว สามารถยื่นคำร้องได้เลย (ไม่ต้องรอ 4 ปี)

          2. ได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันสุดท้ายที่กำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้าย โดยสามารถนำระยะเวลาที่เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มในสถานศึกษานั้น ไม่น้อยกว่า 24 เดือนมาใช้ได้

         3. ให้ยื่นคำร้อง 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ยื่นคำร้องเดือนมกราคม ให้ใช้พิจารณาย้ายระหว่างวันที่ 15 ก.พ. - 30 เม.ย. และครั้งที่ 2 ยื่นคำร้องเดือนกรกฎาคม ให้ใช้พิจารณาย้ายระหว่างวันที่ 1 ก.ย. - 31 ต.ค.

          4. องค์ประกอบการพิจารณาย้าย ปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งฯ ว 3/2564

การย้ายกรณีพิเศษ เพิ่มเติมรายละเอียดเหตุของการย้ายให้ชัดเจนขึ้น และกำหนดให้ผู้ขอย้ายระบุอำเภอในจังหวัดที่ประสงค์ขอย้ายไปดำรงตำแหน่ง เพื่อให้ผู้ขอย้ายได้รับการช่วยเหลือโดยเร็ว โดยให้ สพท. ที่รับย้าย เป็นผู้พิจารณาสถานศึกษาให้ไปดำรงตำแหน่ง และต้องดำเนินการนำเสนอ กศจ. พิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ภายใน 45 วัน

การย้ายกรณีเพื่อประโยชน์ของทางราชการ กำหนดเหมือนเดิม เนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการฯ เดิมได้กระจายอำนาจให้ สพท. หรือส่วนราชการอื่นเป็นผู้พิจารณาย้ายได้ตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ ในกรณี ดังนี้

          1. การย้ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา

          2. การย้ายเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการในสถานศึกษา

          3.การย้ายเพื่อเกลี่ยอัตรากำลังของสถานศึกษา

          ทั้งนี้ ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 8 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2549 ที่ ศธ 0206.4/ว 24 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2559 และที่ ศธ 0206.4/ว 32 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ด้วย

         2. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัด สพฐ. จำนวน 3 ราย ตั้งแต่ลำดับที่ 279 - 282 (ลำดับที่ 281 บันทึกแจ้งขอสละสิทธิการบรรจุและแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565) โดยคงให้รับเงินเดือนและได้รับวิทยฐานะตามที่ได้รับอยู่เดิม ทั้งนี้ ให้มีผลการแต่งตั้ง ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2565

 2

5

3

3 1

4

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20 21

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ สำนักงาน ก.ค.ศ.

  • Hits: 43367

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2565

01

02

           ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  ครั้งที่ 1/2565 วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม 2565 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

1. เห็นชอบ หลักเกณฑ์และวิธีสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

          ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ขอกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ นั้น ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่าเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะในระดับดีเยี่ยม เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานศึกษาตามมติคณะรัฐมนตรี และมีคุณลักษณะของบุคคลที่จะต้องได้รับการคัดสรรเป็นกรณีพิเศษ ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะด้านการเตรียมกำลังคนที่มีศักยภาพระดับสูงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ ในการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงควรเปิดให้มีการสอบแข่งขันเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความเหมาะสมเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ จึงมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. จัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สังกัด สพฐ.ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบในหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวแล้ว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขัน

          - มีคุณสมบัติตามมาตรา 30 แห่ง พรบ. ครู พ.ศ. 2547

          - มีคุณสมบัติตามมาตรฐานตำแหน่งฯ สำหรับตำแหน่งที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพในวันสมัครใบอนุญาตประกอบวิชาชีพดังกล่าวจะต้องไม่หมดอายุ

          - สพฐ. อาจกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมหรือเงื่อนไขอื่นได้

          - มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้เพียงตำแหน่งเดียว

การสอบแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ภาค

          - ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป

          - ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง

          - ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง

เกณฑ์การตัดสิน

          ผู้สอบแข่งขันต้องได้คะแนนภาค ก ภาค ข และภาค ค ในแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 โดยให้ประกาศรายชื่อเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย

การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ กำหนดไว้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

การบรรจุและแต่งตั้ง

           - ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยอนุมัติ กศจ. และให้ส่งสำเนาคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งพร้อมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไปยัง สพฐ., สพม. และสำนักงาน ก.ค.ศ. ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันออกคำสั่ง

           - ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งต้องได้รับการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่ง รวมทั้ง ปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขที่ สพฐ. กำหนด (ถ้ามี) โดยให้ระบุไว้ในประกาศรับสมัครสอบแข่งขันและเมื่อบรรจุและแต่งตั้ง

2. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับเงินเพิ่ม ตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ พ.ศ. 2564

           สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้ออกระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ พ.ศ. 2564 ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2564 ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้ กำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ตำแหน่งนักวิชาการพัสดุและเจ้าพนักงานพัสดุที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนตามมาตรฐานตำแหน่งที่ ก.ค.ศ. กำหนด ดังนั้นเพื่อให้หน่วยงานการศึกษาหรือส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันในการพิจารณาขอรับเงินเพิ่ม ดังกล่าวฯ จึงเห็นควรกำหนด (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการขอรับเงินเพิ่ม ตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ พ.ศ. 2564 ขึ้น โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

           1. ให้ผู้มีสิทธิขอรับเงินเพิ่ม กรอกรายละเอียดลงใน “แบบขอรับเงินเพิ่มฯ” พร้อมแนบหลักฐาน ได้แก่ สำเนาวุฒิบัตรผ่านการอบรมฯ และสำเนาคำสั่งแต่งตั้ง ยื่นเสนอต่อส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษาผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับ

           2. ส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษาตรวจสอบเอกสารและคุณ สมบัติของผู้มีสิทธิรับเงินเพิ่มตามระเบียบ ก.ค.ศ.ฯ

           3. ส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษานำเสนอ กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณาและให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งดำเนินการออกคำสั่ง

           4. การจ่ายเงินเพิ่มให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ผู้มีสิทธิขอรับเงินเพิ่มมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ไม่ก่อนวันที่ระเบียบ ก.ค.ศ.ฯ มีผลใช้บังคับ

           5. หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษากำกับดูแลให้เป็นไปตามระเบียบ ก.ค.ศ.ฯ โดยเคร่งครัดหากภายหลังตรวจสอบแล้วพบว่า การขอรับเงินเพิ่มของผู้ใดมีการแจ้งข้อมูลหรือรับรองข้อมูลอันเป็นเท็จให้ถือว่าเป็นความผิดทางวินัย

3. เห็นชอบ รายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

            สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขอให้ ก.ค.ศ. พิจารณารายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด (ว8/2564) ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้ได้ผู้บริหารที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนงานนโยบายในการบริหารสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ จึงเห็นชอบรายละเอียดการดำเนินการดังกล่าว ตามที่ สพฐ. เสนอ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

องค์ประกอบในการคัดเลือก

          - ภาค ก ความรู้ความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ (๑๐๐ คะแนน)

          - ภาค ข ประวัติ ประสบการณ์ และผลงาน (๑๐๐ คะแนน)

          - ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (๑๐๐ คะแนน)

เกณฑ์การตัดสิน

          - ผู้ผ่านการคัดเลือก ภาค ก ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ จึงมีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ข และ ภาค ค

          - ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องได้คะแนนแต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละหกสิบ โดยให้ประกาศรายชื่อเรียงตามลำดับผู้ที่ได้คะแนนรวมทั้ง ๓ ภาค จากมากไปหาน้อย

เงื่อนไขระยะเวลาการขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก

         - ไม่เกินสองปี นับแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก เว้นแต่มีประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งใหม่ บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก

การบรรจุและแต่งตั้ง

          - ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ บรรจุและแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่งตามลำดับที่

4. เห็นชอบ (ร่าง) แนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

          ตามที่ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2564 โดยข้อ 5 ของประมวลจริยธรรมฉบับดังกล่าว ได้กำหนดให้จัดทำแนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานี้ ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ดังนั้น ก.ค.ศ. จึงได้ดำเนินการกำหนดแนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไว้ 4 ข้อ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาจริยธรรมอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ โดยต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม โดยมีแนวทางการประพฤติปฏิบัติตน ดังต่อไปนี้

          1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประซาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

          2) ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อผู้เกี่ยวข้อง ในฐานะข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษา

          3) กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก และกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม

          4)  มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวหรือพวกพ้อง

          5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ที่สะท้อนถึงคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษา

          6) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ

          7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

          8) เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คำนึงถึงสิทธิเด็ก และยอมรับความแตกต่างของบุคคล

ข้อ 2 แนวทางการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานี้ เป็นกรอบแนวทางที่แสดงถึงการประพฤติปฏิบัติตนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งในการปฏิบัติตนจะต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริง สภาพแวดล้อม และปัจจัยในขณะนั้นด้วย

ข้อ 3 กรณีที่ส่วนราชการมีการจัดทำข้อกำหนดจริยธรรมเพื่อใช้บังคับกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดเพิ่มเติมจากประมวลจริยธรรม ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารักษาจริยธรรมตามข้อกำหนดจริยธรรมที่ส่วนราชการกำหนดเพิ่มเติมนั้นด้วย

ข้อ 4 ให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการและผู้บังคับบัญชาในการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแลให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและข้อกำหนดจริยธรรมของส่วนราชการ รวมถึงส่งเสริมและพัฒนาให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีพฤติกรรมทางจริยธรรมเป็นแบบอย่างที่ดี

5. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่

จำนวนรวม 17 ราย

 

6. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัด สพฐ.

จำนวนรวม  4  ราย

 

7. อนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำรงตำแหน่งและวิทยฐานะเดิม ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่

จำนวนรวม  11   ราย

 

8. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัด สพฐ.

จำนวนรวม  40  ราย

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16  17

18  19

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • Hits: 21149

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 2/2565

1

          ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  ครั้งที่ 2/2565 วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

 

          1. เห็นชอบ หลักการกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนพัฒนาคุณภาพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

          สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ขอให้ ก.ค.ศ. พิจารณาวิธีการและเงื่อนไขการบริหารงานบุคคลสำหรับโรงเรียนคุณภาพ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะพัฒนาโรงเรียนคุณภาพให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการแก้ปัญหาด้านการศึกษาและความปลอดภัยของโรงเรียน รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำในโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในสังคมเมืองและชนบทให้กับนักเรียน สร้างความพร้อมให้กับครูและผู้บริหารโรงเรียนในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ตามบริบทของโรงเรียนและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ ซึ่งที่ประชุม ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นชอบหลักการกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนพัฒนาคุณภาพ สังกัด สพฐ. เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนคุณภาพ โรงเรียนมีอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด รวมทั้งลดข้อจำกัดที่จะเป็นผลกระทบต่อการบริหารงานบุคคล ของ สพฐ. ทั้งนี้ ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ดำเนินการปรับรายละเอียดตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมและนำเสนอในที่ประชุม ก.ค.ศ. ครั้งต่อไป

          2. เห็นชอบ การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ไม่ต่ำกว่าระดับต้น หรือประเภทอำนวยการ ระดับสูง หรือประเภทวิชาการ ไม่ต่ำกว่าระดับเชี่ยวชาญ เพื่อเสนอตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมจำนวน 8 ราย

          3. เห็นชอบ การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ไม่ต่ำกว่าระดับต้น หรือประเภทอำนวยการ ระดับสูง หรือประเภทวิชาการ ไม่ต่ำกว่าระดับเชี่ยวชาญ เพื่อเสนอตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รวมจำนวน 9 ราย

          4. เห็นชอบ การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และแต่งตั้งข้าราชการในสังกัดที่ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ไม่ต่ำกว่าระดับต้น หรือประเภทอำนวยการ ระดับสูง หรือประเภทวิชาการ ไม่ต่ำกว่าระดับเชี่ยวชาญ เพื่อเสนอตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. สำนักบริหารการศึกษาพิเศษ รวมจำนวน 8 ราย

          5. เห็นชอบ แต่งตั้งอนุกรรมการผู้แทนสำนักงาน ก.ค.ศ. ใน อ.ก.ค.ศ. ส่วนราชการ แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 2 ราย

          6. เห็นชอบ แต่งตั้งอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับการร้องทุกข์ และการร้องเรียนขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 1 ราย

 0

2

3

4

4 1

5

6

7

8

9

9 1

10

11

12
13

14

15

16

17

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ สำนักงาน ก.ค.ศ.

 

  • Hits: 4730

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 13/2564

2

1

 

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 13/2564 (สัญจร) วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม 2564 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

          1. เห็นชอบ ในหลักการ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์เป็นกรณีพิเศษ ในสถาบันการอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

       สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ขอให้ ก.ค.ศ. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์และศาสตราจารย์ เป็นกรณีพิเศษ ในสถาบันการอาชีวศึกษา ซึ่งมาตรา 38 ก. วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กำหนดให้มีตำแหน่งคณาจารย์ในหน่วยงานการศึกษาที่สอนในระดับปริญญา และมาตรา 40 กำหนดให้ตำแหน่ง อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ เป็นตำแหน่งทางวิชาการ การกำหนดระดับตำแหน่ง และการให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งคณาจารย์ ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษามาใช้บังคับโดยอนุโลม และมาตรา 53 (6) กำหนดให้การบรรจุและแต่งตั้งตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์และศาสตราจารย์ ตามมาตรา 38 ก (3) ถึง (6) ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษามาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้สภาสถาบันอุดมศึกษาทำหน้าที่แทน ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้งแล้วแต่กรณี เว้นแต่ ก.ค.ศ. จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

        ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาเห็นว่าสถาบันการอาชีวศึกษามีงานหลักด้านการสอนและวิจัยเทียบเคียงได้กับลักษณะงานของคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา โดยบริบทการจัดการเรียนการสอนของสถาบันการอาชีวศึกษา เป็นด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี การพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการก็มีหลักการเช่นเดียวกัน

        ดังนั้น เพื่อให้การยกระดับวิชาชีพครูสายอาชีวศึกษาให้มีตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้น และเพื่อประโยชน์ในการแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ทำการสอนในระดับปริญญาของสถาบันการอาชีวศึกษาอยู่ก่อนวันที่หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ประกาศใช้บังคับให้ดำรงตำแหน่งคณาจารย์ ก.ค.ศ. จึงเห็นชอบในหลักการให้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ เป็นกรณีพิเศษ ในสถาบันการอาชีวศึกษา

        ทั้งนี้ ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ดำเนินการปรับรายละเอียดตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

        2. เห็นชอบ รายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (ในพื้นที่ปกติและพื้นที่ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานีและ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี))

        สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ขอให้ ก.ค.ศ. พิจารณาให้ความเห็นชอบรายละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในพื้นที่ปกติและในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอ
สะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี)

        เนื่องจากหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.6/ว 8 ลงวันที่ 26 เมษายน 2562 ข้อ 5 กำหนดให้ส่วนราชการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือผู้อำนวยการสถานศึกษา แล้วแต่กรณี เมื่อส่วนราชการดำเนินการตามข้อ 5 แล้ว ให้นำเสนอ ก.ค.ศ. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนแจ้ง กศจ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ดำเนินการต่อไป โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ดำเนินการจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลฯ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด (ว8/2562) และสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว3/2564) จึงได้กำหนดละเอียดการดำเนินการเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
โดยรายละเอียดการดำเนินการฯ ที่พื้นที่พิเศษแตกต่างจากพื้นที่ปกติ มีดังนี้

      - ภาค ก ความรู้ความสามารถในการบริหารงานในหน้าที่ ในเนื้อหากฎหมายที่เกี่ยวข้องสำหรับ
เขตพัฒนาพิเศษฯ มีการเพิ่มเนื้อหาการทดสอบกฎหมายว่าด้วยบริหารกิจการอิสลาม

      - ภาค ข ความเหมาะสมกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ ส่วนที่ 1 (1) เรื่องระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำหรับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะพิจารณาจากระยะเวลาการปฏิบัติงานในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จชต.

      - ภาค ข ส่วนที่ 2 วิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารงานในสถานศึกษา พิจารณาตามพื้นที่ที่สมัครเข้ารับการคัดเลือก

      - ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง

      - เงื่อนไขการบรรจุและแต่งตั้งสำหรับผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในเขตพัฒนาพิเศษ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี นับแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งฯ จึงจะขอย้ายออกนอกเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ได้

3

3 1

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13   14

14 1

15  16

16 1

17

18   19

20  22

 21

27

IMG 5702

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

 

  • Hits: 3700

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

Office of the Teacher Civil Service and Educational Personnel Commission (OTEPC)

Ratchadamnoen Nok Road Dusit Bangkok 10300

Ribbon