logo
Thai ไทย (ภาษาไทย)TH
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

รมว.ศธ. - รมช.ศธ. ร่วมชี้แจงญัตติข้อเปิดอภิปรายทั่วไปฯ

S 10313760 0

         วันนี้ (4 เมษายน 2567) พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ชี้แจงญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 152 พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ณ อาคารรัฐสภา

          รมว.ศธ. ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คือ “เรียนดี มีความสุข” มุ่งเน้นการลดภาระครูนักเรียนและผู้ปกครองนั้น ศธ. ได้มีการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ดังนี้ 

1. การปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ Digital Performance Appraisal : DPA โดยนำระบบดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการประเมินทุกขั้นตอน ช่วยลดปริมาณเอกสาร (paperless) และสร้างระบบการประเมินที่ทันสมัย รวดเร็ว ยุติธรรมและมีประสิทธิภาพ โดยได้นำหลักเกณฑ์ วPA มุ่งเน้นการลดภาระงานและเอกสารซึ่งพบว่าการดำเนินการที่ผ่านมา ได้มีการใช้เวลาในการดำเนินการเร็วขึ้น ทำให้สามารถประเมินวิทยฐานะได้เร็วสุดหลังจากยื่นผลงาน 17 วัน และค่าเฉลี่ยการประเมินคือสองเดือนกว่า ทั้งยังเป็นการปิดช่องทางการทุจริตและลอกเลียนแบบผลงานทางราชการ

2. ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น - ได้มีการจัดทำระบบย้ายครูคืนถิ่น จัดทำระบบการย้ายสับเปลี่ยน ผ่านระบบจับคู่ครูคืนถิ่น (Teacher Matching System : ระบบ TMS) โดยมี สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำระบบดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะสนับสนุนให้ครูกลับภูมิลำเนาแล้ว ยังถือเป็นการลดการทุจริตเพราะครูสามารถตรวจสอบกระบวนการย้ายในระบบได้

3. แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยได้จัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ซึ่งได้จัดตั้งให้ รมช.ศธ. เป็นประธานคณะทำงาน นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินแล้ว ศธ. มุ่งเน้นการยกระดับความรู้และทักษะการบริหารจัดการด้านการเงินให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเป้นการป้องกันปัญหาต่อไป

4. จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการ โดย ศธ. ต้องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งได้มีการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลในโรงเรียนคุณภาพ พร้อม การเช่าระบบคลาวด์ และการเช่าเครื่องมือและอุปกรณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียน 

5. ยกเลิกครูเวร โดย ศธ. มีแนวคิดว่า ชีวิตและความปลอดภัยของครูสำคัญกว่าทรัพย์สิน จึงได้ขอมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 ให้ยกเลิก “ครูอยู่เวร” ซึ่งถือเป็นการพิจารณาในเรื่องของการป้องกันรักษาความเสียหายจากเหตุภัยอันตรายในชีวิตและร่างกายครู พร้อมขอความร่วมมือไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณสถานศึกษา

6. จัดหานักการภารโรง สำหรับปี 2567 ศธ. ได้มีการของบกลางกว่า 639,450,000 บาทในการจัดจ้างนักการภารโรงเพื่อครอบคลุมโรงเรียนที่ขาดแคลนนักการภารโรงกว่า 14,210 อัตรา สำหรับปี 2568 ครม. ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติเงินกว่า 2,739,960,000 บาท เพื่อจัดจ้างนักการภารโรงจำนวน 25,370 อัตรา ให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนนักการภารโรงทั่วประเทศ

7. ปรับลดงานที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน ลดภาระการประเมินของสถานศึกษา รวมถึงลดละเลิก โครงการกิจกรรมตัวชี้วัดที่ซ้ำซ้อน เพื่อลดภาระครู ให้ครูมีเวลาในการจัดการเรียนการสอนแก่เด็กนักเรียนมากยิ่งขึ้น

          นอกจากจะมุ่งเน้นการลดภาระครูแล้ว ศธ. ยังได้มุ่งเน้นการลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง ดังนี้

1.เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา

2.1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ให้แต่ละอำเภอมีโรงเรียนคุณภาพ เปรียบเป็นโรงเรียนแม่ข่าย สนับสนุนโรงเรียนในเครือข่าย โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายมาใช้ทรัพยากรในโรงเรียนแม่ข่ายได้

3.ระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต เป็นการแนะนำเป้าหมายชีวิตให้นักเรียน อบรมพัฒนาศักยภาพครูในการส่งเสริมสุขภาพจิตนักเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการลดการบูลลี่ในโรงเรียน

4.การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบวิชาชีพ จัดตั้งศูนย์ทดสอบ ศูนย์ประเมินมาตรฐานฝีมือองค์กร เพื่อรับรองสมรรถนะบุคคลตามมาตรฐานอาชีพหรือมาตรฐานสากลในสถานศึกษา

5.การจัดทำระบบวัดผล เทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ ไม่ต้องเสียเวลาในระบบ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

6.มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ (Learn to Earn) พัฒนาทักษะและสมรรถนะวิชาชีพกำลังคนตามบริบทของสถานศึกษา โดยเฉพาะนักเรียนที่เรียนในรูปแบบด้านอาชีวศึกษา 

7.อนุมัติงบอาหารกลางวันแก่โรงเรียนขยายโอกาส ซึ่ง ครม. ได้มีมติอนุมัติงบอาหารกลางวันโรงเรียนขยายโอกาสทุกสังกัด รวมจำนวนนักเรียนกว่า 575,938 คน เป็นงบประมาณทั้งสิ้นกว่า 2.9 พันล้านบาท

          อย่างไรก็ตาม ศธ. ได้มีการดำเนินงานในส่วนของความท้าทายเกี่ยวกับทางการศึกษา ดังนี้

1.การดำเนินการพัฒนาผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากลของเด็กไทย หรือ PISA ศธ. ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานในการขับเคลื่อนการประเมิน PISA โดยได้จัดตั้งโรงเรียนที่มีผลการประเมินที่ดี ให้มาเป็นโรงเรียนพี่เลี้ยง พร้อมจัดกิจกรรมและการอบรมความรู้เกี่ยวกับ PISA ต่างๆ ให้แก่คุณครู เพื่อให้คุณครูได้ถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับแก่เด็กนักเรียนต่อไป นอกจากนี้ ยังให้นักเรียนฝึกทำโจทย์และแบบทดสอบในปีก่อนๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยในการทำข้อสอบ

2.การยกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ซึ่ง ศธ. ได้เห็นว่าการยกระดับการเรียนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญ โดยได้ขับเคลื่อนการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการจัดกิจกรรมในการพัฒนาภาษาอังกฤษแก่ครูและศึกษานิเทศก์

ท้ายนี้ ศธ. ทำงานภายใต้แนวคิด “ทำดี ทำได้ ทำทันที” พร้อมช่วยสร้างโอกาส ความเสมอภาคทางการศึกษาแก่ผู้เรียนทุกช่วงวัย

       รมช.ศธ. กล่าวในตอนหนึ่งว่า จากกรณีที่มีข้อสงสัยถึงการจัดจ้างนักการภารโรงนั้น ศธ. ได้เสนอขอความเห็นชอบในหลักการจ้างนักการภารโรงให้ครบทุกโรงในลักษณะผูกพันต่อเนื่อง 3 ปี พ.ศ. 2568 – 2570  ซึ่งการจ้างนักการภารโรงดังกล่าวจะเป็นการลดภาระของครูผู้สอน ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติการใช้เงินดังกล่าวในงบประมาณปี 2568 รวมเป็นเงินกว่า 2,739,960,000 บาท ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการเสนอมติผ่านมาที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งหวังว่าจะได้รับการเห็นชอบ อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 ที่ ศธ. ได้ทำการของบประมาณเพิ่มเติมไปที่สภาผู้แทนราษฎรนั้น ไม่ได้รับการอนุมัติ จึงได้ทำเรื่องของบกลางดังกล่าวแก่ ครม. อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่เปิดภาคการศึกษาในเดือน พฤษภาคม - กันยายน 2567 โดยรวมเป็นงบประมาณกว่า 639,450,000 บาท เพื่อครอบคลุมโรงเรียนที่ขาดแคลนนักการภารโรงกว่า 14,210 อัตรา โดยจะทำการของบประมาณดังกล่าวทุกๆ ปี เพื่อให้งบประมาณครอบคลุมตำแหน่งนักการภารโรงที่ขาดแคลน ทั้งนี้ ในส่วนการขออนุมัติงบประมาณอุดหนุนค่าอาหารกลางวัน นั้น ศธ. ไม่ได้นิ่งนอนใจในการสนับสนุนงบประมาณให้เพียงแต่นักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3  เท่านั้น แต่ยังคิดจัดสรรงบฯ เพื่อครอบคลุมไปถึงนักเรียนในทุกโรงเรียนและทุกระดับชั้น อย่างไรก็ตาม การเสนอของบประมาณให้แค่เพียงนักเรียนขยายโอกาสในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 ถือเป็นการนำร่อง เพื่อให้ครูได้ทดลองจัดสรรงบประมาณที่ได้รับ เพื่อให้แน่ใจว่าการจัดสรรอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน จะไม่เป็นการเพิ่มภาระให้กับครู เพื่อเน้นการคืนครูให้ห้องเรียน

         รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการยกเลิกเวรครูนั้น ศธ. ตั้งใจที่จะให้ยกเลิกการให้ครูอยู่เวรอย่างถาวร เพื่อทำให้ครูมีเวลาในการเตรียมการสอน พัฒนาตัวเอง และให้นักเรียนมากยิ่งขึ้น โดยขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของครูมากกว่าทรัพย์สินของโรงเรียน ทั้งนี้ ได้มีการประสานขอความร่วมมือจากฝ่ายปกครองประจำท้องถิ่นเพื่อช่วยดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา โดย ศธ. ตั้งใจจะติดตั้งกล้องวงจรปิด และซ่อมแซมห้องที่เก็บทรัพย์สินมีค่าให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น

         สำหรับการพิจารณาจัดตั้งโรงเรียนคุณภาพ ศธ. ได้มีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจากการที่โรงเรียนมีสถานที่กว้างเพียงพอ ตั้งอยู่ในสถานที่ ๆ นักเรียนและคุณครูสามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวก เพื่อให้เด็กในโรงเรียนขนาดเล็กกว่าหรือโรงเรียนเครือข่ายมาร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ เป็นการเพิ่มความเสมอภาคทางการศึกษา ลดความแออัดของนักเรียนในโรงเรียนประจำจังหวัดต่อไป ในตอนท้าย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภายใต้การกำกับของ ศธ. ได้มีการพิจารณาเปลี่ยนเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวแก่โรงเรียนขนาดเล็ก โดยจะคำนวณจากค่าใช้จ่ายประจำวันของโรงเรียน อาทิ ค่าอุปโภค บริโภค เพื่อหาค่าเฉลี่ยจากโรงเรียนทั้งประเทศ ซึ่งจะพิจารณาจัดสรรเงินตั้งต้นให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กไปก่อน และจะส่งเงินอุดหนุนรายหัวให้อีก โดยจะพิจารณาเสนอเรื่องดังกล่าวแก่ ครม. ต่อไป

S 10313762 0

S 10313763 0

S 10313764 0

 

 

  • ฮิต: 2397

การประชุมสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำ (ร่าง) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการนำระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปใช้ในการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา

01

          วันที่ 2 เมษายน 2567 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำ (ร่าง) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการนำระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปใช้ในการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา ณ โรงแรมนูโว ซิตี กรุงเทพมหานคร

          สืบเนื่องจาก สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการจัดทำระบบการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (School Capacity System) หรือ “ระบบ SCS” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการประมวลผลจำนวนอัตรากำลังตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ ว 23/2563 และกำหนดครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาเอก ว 29/2565 ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด สำหรับใช้ในการวางแผนและบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ เหมาะสมกับภาระงานตามสภาพบริบทของพื้นที่ สามารถตอบโจทย์สมรรถนะทางการศึกษา ทั้งด้านการบริหารสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 รวมทั้งช่วยยกระดับโรงเรียนขนาดเล็กให้สูงขึ้น เชื่อมโยงไปสู่การผลิตครูในอนาคต อันจะเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศให้สูงขึ้นตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา สามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและยุทธศาสตร์ชาติต่อไป

          การประชุมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-3 เมษายน 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดทำ (ร่าง) แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการนำระบบการบริหารอัตรากำลังฯ ไปใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติงานในการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา เนื่องด้วยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้พัฒนาระบบการบริหารอัตรากำลังฯ โดยมีการเชื่อมโยงข้อมูลที่เป็นปัจจัยสำคัญในการคำนวณอัตรากำลัง จากระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HRMS.OBEC) และระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (DMC) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และจากระบบ DPA ของสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อให้ส่วนราชการสามารถนำรายงานผลสภาพอัตรากำลังจากระบบ SCS ไปดำเนินการบริหารงานบุคคลต่อไป โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบไปด้วยที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 42 คน ร่วมกันพิจารณาและให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่หลากหลาย และครอบคลุมประเด็นสำคัญต่าง ๆ โดยจะได้นำไปใช้ประกอบการจัดทำ (ร่าง) แนวปฏิบัติฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องต่อไป

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15ิ   16

17   18

21   19

20   22

23   24

25   26

27   29

28   30

31   34

33

32

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 375

การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการดำเนินงานตัวชี้วัด การประเมินศักยภาพในการดำเนินงาน (Potential Base) ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงาน ก.ค.ศ.

01

         วันที่ 28 มีนาคม 2567 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการดำเนินงานตัวชี้วัดการประเมินศักยภาพในการดำเนินงาน (Potential Base) ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงาน ก.ค.ศ. ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ (ห้องประชุม 1 ชั้น 7) สำนักงาน ก.ค.ศ. กระทรวงศึกษาธิการ

        การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นร่วมกันในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานตามตัวชี้วัดการประเมินศักยภาพในการดำเนินงาน (Potential Base) ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 สำนักงาน ก.ค.ศ. ในตัวชี้วัดที่ 8 ถึงตัวชี้วัดที่ 15 จำนวน 8 ตัวชี้วัด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของสำนักงาน ก.ค.ศ. ให้เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ พ.ศ. 2562 และระบบราชการ 4.0 ตามที่ กพร. สป. กำหนด ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นเครื่องมือในการประเมินระบบการบริหารในเชิงบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ของส่วนราชการกับเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาของประเทศ ในการนี้มีผู้บริหารสำนักงาน ก.ค.ศ. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อระดมความคิดเห็นร่วมกันในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานตัวชี้วัด ทั้ง 8 ตัวชี้วัดดังกล่าว

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

IMG 5418

IMG 5419

IMG 5424

IMG 5426

IMG 5432

IMG 5452

IMG 5445

IMG 5458

IMG 5460

IMG 5464

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 532

วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 132 ปี

16

      วันที่ 1 เมษายน 2567 กระทรวงศึกษาธิการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 132 ปี โดยมีพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญ วรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งพิธีในช่วงเช้าได้เริ่มตั้งแต่เวลา 07.09 น. ประกอบด้วย การเจริญพระพุทธมนต์ พิธีบังสุกลอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการที่ล่วงลับไปแล้ว การทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 133 รูป ตามลำดับ ในการนี้คณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และภายหลังจากพิธีทำบุญตักบาตร คณะผู้บริหารได้ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์ประจำกระทรวงศึกษาธิการ และร่วมพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6

      จากนั้นเวลา 10.00 น. ได้จัดให้มีพิธีมอบเข็ม เสมาคุณูปการ และประกาศเกียรติคุณบัตรให้กับผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ พิธีมอบเข็ม “กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2567” แก่ครูผู้เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง และพิธีมอบเข็ม เชิดชูเกียรติ และประกาศเกียรติบัตรให้กับข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2566 ณ บริเวณหอประชุมคุรุสภา ในการนี้ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ร่วมพิธีดังกล่าว และร่วมแสดงความยินดีกับผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เสนอรายชื่อเข้ารับรางวัลในครั้งนี้ จำนวน 4 ราย ได้แก่ ดร.ปราโมทย์ แสนกล้า อดีตรองเลขาธิการ ก.ค.ศ. ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพด้านการจัดการเรียนการสอนให้แก่คุณครูทุกสังกัดทั้งภาครัฐและเอกชนจากทั่วประเทศ รศ.ดร.พนารัช ปรีดากรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ ในคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู  และ ดร.พะโยม ชิณวงศ์ ประธานอ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถามศึกษาสมุทรสาคร และมีข้าราชการของสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นข้าราชการพลเรื่อนดีเด่น จำนวน 1 ราย คือ นายฉัตรกุล รุ่นประพันธ์ ผู้อำนวยการภารกิจระบบตำแหน่งและวิทยฐานะที่ 2

01

02

03

04

05

06

08

09

009

10

11

12

13

14

016

15

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

1A955275 5EE1 4D3A B752 8190B9D6D691

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

43

44

01

02

03

04

05

06

07

08

10

11

12

13

14

15

16

17

118

18

19

IMG 5841

IMG 5820

IMG 5824

IMG 5828

S 44171327 0

20

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่

  • ฮิต: 1219

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2567

01

        ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2567 วันพุธที่ 27 มีนาคม 2567 โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม และมี รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นเลขานุการการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและมีมติที่สำคัญ ดังนี้

1.เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้มีผลงานการสร้างและพัฒนานวัตกรรม เลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิศษ วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ โดยกำหนดเพิ่มเติมเป็นหมวด 7 และหมวด 8 ในหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู (ว 9/2564)
      โดยการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ผู้มีผลงานการสร้างและพัฒนานวัตกรรม ตาม (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ เป็นการประเมินเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สร้างและพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์และผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดประโยชน์ในการสร้างคุณค่าต่อการพัฒนาการศึกษา ชุมชน สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ และมีเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพครู โดยสามารถนำนวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนามาใช้เป็นผลงานในการขอเลื่อนวิทยฐานะได้ ทำให้การประเมินวิทยฐานะข้าราชการครูสอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานจริงและบริบทการจัดการศึกษาที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นเป็นการสนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประดิษฐ์ คิดค้น สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนรู้ได้พัฒนาทักษะการเป็นนวัตกร ซึ่งครูที่มีผลงานในการสร้างนวัตกรรม ต้องสาธิตการนำนวัตกรรมไปใช้ในการจัดการเรียนรู้หรือการพัฒนาผู้เรียน ให้สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ จึงเป็นการประเมินวิทยฐานะที่มุ่งเน้นผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ และยังถือเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการครูที่มีความถนัดในการสร้างและพัฒนานวัตกรรม ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ในการสร้างคุณค่าต่อการพัฒนาการศึกษา ชุมชน สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ซึ่งการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้ เป็นการใช้รูปแบบการประเมินภายใต้ Platform ระบบ DPA ทำให้กระบวนการประเมินเป็นมาตรฐานเดียวกัน
      นอกจากนี้ได้เพิ่มเติมการกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับการมีวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับการประเมินว่า ต้องไม่ถูกลงโทษทางวินัย และไม่เคยถูกวินิจฉัยชี้ขาดทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ขึ้นไป หรือไม่เคย ถูกลงโทษทางจริยธรรม หากปีใดข้าราชการครูถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกวินิจฉัยชี้ขาดทางจรรยาบรรณวิชาชีพ ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ขึ้นไป หรือถูกลงโทษทางจริยธรรม ไม่ให้นำระยะเวลาในปีนั้นมาใช้เป็นคุณสมบัติตามข้อนี้
       ทั้งนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 9/2564 ให้มีผลใช้บังคับใช้  ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป เนื่องจากต้องมีการพัฒนาระบบ DPA เพื่อรองรับการเพิ่มห้องเรียนการสร้างและพัฒนานวัตกรรม การกำหนดรูปแบบไฟล์วีดิทัศน์ประกอบการขอเลื่อนวิทยฐานะ รวมทั้งเพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ศึกษาข้อมูลและมีเวลาเตรียมข้อมูลหลักฐานประกอบการยื่นคำขอสำหรับการกำหนดวิธีการดำเนินการของหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในเบื้องต้นเห็นควรกำหนดชื่อหน่วยงานเช่นเดียวกันกับ (ร่าง) โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้เผยแพร่ในเว็บไซต์เป็นทางการ ไปพลางก่อน หากกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณากำหนดกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมส่งเสริมการเรียนรู้เป็นประการใดแล้ว จะได้กำหนดรายละเอียดให้เป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดต่อไป

2. การปรับอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง และการปรับเงินเดือนชดเชย ผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรองของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
      
เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการปรับเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับอัตราเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สามารถดำเนินการได้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ที่ประชุมก.ค.ศ. จึงมีมติเห็นชอบ

      1) (ร่าง) การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และ (ร่าง) บัญชีอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง เพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  

      2) (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดอัตราเงินเดือนและจำนวนเงินที่ได้ปรับ ตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง (การปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุใหม่) และ (ร่าง) บัญชีอัตราเงินเดือนและจำนวนเงินที่ได้ปรับตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง
       โดยการดำเนินการดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 และวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 สำหรับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุทุกคุณวุฒิ จะทยอยปรับเพิ่มปีละ 10% ในปี 2567 และ 2568 และภายใน 2 ปีผู้ที่บรรจุด้วยคุณวุฒิปริญญาตรีจะได้รับเงินเดือนไม่น้อยกว่า 18,000 บาท และปรับคุณวุฒิอื่น ๆ ให้สอดคล้อง และจะปรับอัตราเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุใหม่ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2 ครั้ง พร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ โดยปรับชดเชยเงินเดือนข้าราชการที่เข้ารับราชการก่อนวันที่อัตราเงินเดือนแรกบรรจุที่กำหนดใหม่มีผลใช้บังคับและมีฐานเงินเดือนต่ำกว่าอัตราเงินเดือนแรกบรรจุที่กำหนดใหม่
      สำหรับการเปิดเผยตัวเลข สำนักงาน ก.ค.ศ. จะดำเนินการแจ้งให้ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ พร้อมกับการแจ้งปรับเงินเดือนข้าราชการพลเรือนของสำนักงาน ก.พ. ภายในเดือนเมษายน 2567     

3. อนุมัติให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ จำนวน 2 ราย ได้แก่

    1. นายสมนึก วันละ วิทยาลัยเทคนิคแพร่ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
    2. นางชูศรี มังกะระ วิทยาลัยเทคนิคลำพูน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

4. เห็นชอบ การกำหนดค่าธรรมเนียมการสมัครสอบสำหรับการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
      ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เพื่อให้สถานศึกษามีครูทดแทนตำแหน่งว่างโดยเร็ว และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการ ดังนั้น ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนราชการสามารถดำเนินการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ จึงเห็นชอบให้ส่วนราชการกำหนดค่าธรรมเนียมการสมัครสอบสำหรับการสรรหา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

02

03

04

05

06

07

08

09

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

 

 

กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ 

  • ฮิต: 9808

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กทม. 10300

Ribbon