logo
Thai ไทย (ภาษาไทย)TH
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ....

1

             วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. .... ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ ชั้น 7 อาคารรัชมังคลาภิเษก สำนักงาน ก.ค.ศ.

            สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการพิจารณา (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 ณ โรงแรมเบลล่า บี กรุงเทพมหานคร ที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 โดยร่างหลักเกณฑ์ฯดังกล่าวได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของเหตุพิเศษ กลไกการดำเนินการ และการกำหนดปัจจัยเพิ่มพิเศษ (อัตราที่ได้รับ) และสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาจัดทำและปรับปรุงระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการให้ได้รับเงินเพิ่มพิเศษ ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 โดยได้นำรายละเอียดข้อมูลที่ได้ศึกษาจากการลงพื้นที่เพื่อดูสภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จริง (พื้นที่ภูเขาสูง) มาวิเคราะห์การพิจารณาแนวทางที่สามารถกำหนดอัตราเงินเพิ่มพิเศษให้สูงกว่าที่เสนอ เพื่อรองรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความยุ่งยากและมีภาระงานที่มีความเคร่งเครียดสูงกว่าหรือกดดันมากกว่าหรือพื้นที่พิเศษที่มีค่าครองชีพสูงกว่าพื้นที่ในเขตชุมชนเมืองและวิธีการได้รับเงินเพิ่มพิเศษ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย จึงเป็นที่มาของการจัดประชุมเชิงปฏิบัติในครั้งนี้  เพื่อจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ....  โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมประชุม

2  3

4  5

6 7

8

9

10 11

 12  13

14 

 15

IMG 6377 IMG 6422 IMG 6457

 IMG 6429 IMG 6463

 IMG 6382 IMG 6459

IMG 6433

ระพีพรรณ จวงถาวร : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

  • ฮิต: 1043

การประชุมเชิงปฏิบัติการพิจารณา (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

   1

    วันที่ 26 มกราคม 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการพิจารณา (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ ชั้น 7 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

     โดยการประชุมในครั้งนี้ เป็นการพิจารณาร่างระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้ดำเนินการปรับปรุงตามข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุมสัมมนาจัดทำ (ร่าง) ระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยระบบทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... เมื่อวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2563 เพื่อให้รายละเอียดของร่างระเบียบฯ ดังกล่าว มีความครบถ้วน สมบูรณ์ สอดคล้องกับการจัดทำระบบทะเบียนประวัติอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งระบบทะเบียนประวัติอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นประโยชน์ในเรื่องของการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวกับทะเบียนประวัติของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ หากดำเนินการในเรื่องดังกล่าวแล้วเสร็จ ข้อมูลต่าง ๆ นี้ จะเป็นประโยชน์ในการนำไปบูรณาการการใช้งานกับหน่วยงานภายในกระทรวงศึกษาธิการได้ต่อไป โดยในการนี้ได้เชิญที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้เชี่ยวชาญฯ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมประชุม

2

3

4

5

7  8

9

10

11

12

13

14

15

16

 

ธาริณี นาคเมธี : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

  • ฮิต: 2073

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำตัวชี้วัดการประเมินตาม (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู

IMG 5941

       วันที่ 22 มกราคม 2564 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำตัวชี้วัดการประเมินตาม (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ณ ห้องประชุมจรูญ มิลินทร์ (ห้องประชุม 1 ชั้น 7) สำนักงาน ก.ค.ศ. อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ

      การประชุมในครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของนายณัฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ทบทวนระบบการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อให้ระบบการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีกระบวนการประเมินจากสภาพความเป็นจริงให้ความสำคัญกับผลที่เกิดกับผู้เรียน มีกระบวนการประเมินที่ง่ายไม่ซับซ้อน ลดความยุ่งยากและต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระแก่ครูผู้สอน สำนักงาน ก.ค.ศ. จึงได้ดำเนินการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูขึ้นใหม่ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการและขั้นตอนในการพิจารณาไปแล้วนั้น สำหรับ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน ฯ ดังกล่าว ได้กำหนดให้มีตัวชี้วัดในการประเมินด้วย สำนักงาน ก.ค.ศ.จึงได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำไปจัดทำตัวชี้วัดในการประเมินให้มีความเหมาะสมกับบริบทของการจัดการศึกษาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแต่ละประเภท เช่น การศึกษาปฐมวัย การศึกษาพิเศษ การอาชีวศึกษา การศึกษานอกรบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จึงได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ที่หลากหลาย ผู้แทนจากส่วนราชการ ผู้ที่มีเกี่ยวข้อง ที่ปรึกษาสำนักงาน ก.ค.ศ. ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ก่อนที่สำนักงาน ก.ค.ศ.จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 IMG 5945

2 3

4

5

6

7 8

IMG 5971

10 11

9 12

13

14

 15 16 17

IMG 5976

 

 

ระพีพรรณ จวงถาวร : ภาพ / ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor

 

 

 

 

 

 

 

  • ฮิต: 4994

ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2564

1

         ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 1/2564 ในวันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สำคัญ ดังนี้

           1. เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา 

      สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ได้มีมติเห็นชอบเกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. (ว 23/2563) และได้แจ้งเวียนให้กับส่วนราชการทราบและถือปฏิบัติ พร้อมทั้งแจ้ง คปร. เพื่อทราบแล้วนั้น ต่อมาสพฐ. ได้มีหนังสือขอชะลอการบังคับใช้เกณฑ์อัตรากำลังฯ มายัง ก.ค.ศ. โดยขอเริ่มบังคับใช้ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เนื่องจาก สพฐ. ได้จัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการฯ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและสำนักริหารงานการศึกษาพิเศษ โดยพิจารณาจากความขาดอัตรากำลังข้าราชการครูในสถานศึกษา ตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ เดิม ประกอบกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้ดำเนินการบริหารอัตรากำลังข้าราชการครูในสถานศึกษา โดยพิจารณาตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ เดิม ทั้งในส่วนของการสรรหา และการพิจารณาย้ายข้าราชการครูในสถานศึกษาลงในตำแหน่งว่าง ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่า สพฐ. ได้ดำเนินการจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ นำไปจัดสรรอัตราว่าง จากการเกษียณอายุราชการฯให้สถานศึกษาในสังกัด โดยพิจารณาจากข้อมูลความขาดอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 ตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ เดิม ประกอบกับเจตนารมณ์ของ ก.ค.ศ. ในการกำหนดเกณฑ์อัตรากำลังฯ ใหม่ (ว 23/2563) คือ เพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งมีอัตรากำลังที่เหมาะสมกับบริบท สามารถจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีคุณภาพ และเพื่อยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กให้สูงขึ้น มีครูครบชั้น ครบวิชา

        ซึ่ง ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อประโยชน์ของทางราชการและคุณภาพการศึกษาของประเทศ จึงให้ สพฐ. ดำเนินการบริหารอัตรากำลังในสถานศึกษาซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ เดิม จนถึงสิ้นปีการศึกษา 2563 และให้บริหารอัตรากำลังในสถานศึกษาตามเกณฑ์อัตรากำลังฯ ใหม่ ที่ ก.ค.ศ. กำหนด ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป

         2. อนุมัติ บรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 ราย  แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 6 ราย และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 1 ราย

       3. เห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู

           สืบเนื่องจาก ก.ค.ศ. ในคราวประชุมครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ได้เห็นชอบการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่งและทุกวิทยฐานะ สำหรับตำแหน่งครู ซึ่งเป็นการได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ ให้สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงกับการจัดการศึกษาในปัจจุบัน และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมทั้งกำหนดลักษณะงานที่ปฏิบัติ 3 ด้าน คือ ด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามโมเดลการศึกษายกกำลังสอง ของกระทรวงศึกษาธิการ ”ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน เปิดกว้าง”  จึงเป็นที่มาของการจัดทำ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ซึ่งได้มีการศึกษา การระดมความคิดเห็นจากนักวิชาการ มีผลการวิจัยเป็นฐานในการดำเนินการ รวมถึงได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่นี้ ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์กับผู้เรียน สถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับวิชาชีพครู เพื่อให้ครูได้พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงขึ้นตามระดับวิทยฐานะ และทำให้กระบวนการพัฒนาผู้เรียนเกิดขึ้นจากกระบวนการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน ทำให้ครูมีแนวทางในการพัฒนาตนเองที่ชัดเจน สามารถนำผลการพัฒนามาใช้ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน  นอกจากนี้ ผู้บริหารสามารถเข้าถึงครู และห้องเรียนมากยิ่งขึ้นจะทำให้ได้รับทราบปัญหา และสามารถนำมากำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน และยังเป็นการลดกระบวนการและขั้นตอน โดยการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเป็นการลดภาระ  ในการจัดทำเอกสารและงบประมาณเกี่ยวกับการประเมิน เกิดการเชื่อมโยง บูรณาการในระบบการประเมินวิทยฐานะ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การเลื่อนเงินเดือน และการประเมินเพื่อคงวิทยฐานะ โดยใช้ตัวชี้วัดเดียวกัน ทำให้ลดความซ้ำซ้อน และมี Big data ในการบริหารงานบุคคลสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการฯ ใหม่นี้ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

            1. กำหนดให้ข้าราชการครูทุกคนทำข้อตกลงในการพัฒนางานกับผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นประจำทุกปี ประกอบด้วย 2 ส่วน

             ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะ

             ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน

          โดยมีรอบการประเมินปีงบประมาณละ 1 ครั้ง โดยผลการประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการบริหารงานบุคคล ได้แก่ ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอรับการประเมินเพื่อให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะใช้เป็นผลการประเมิน เพื่อคงวิทยฐานะ (มาตรา 55) และใช้เป็นองค์ประกอบในการประเมินเพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือน

           สำหรับการยื่นคำขอ ให้ยื่นได้ตลอดปี ภาคเรียนละ 1 ครั้ง โดยหากยื่นไว้แล้ว ต้องได้รับแจ้งมติไม่อนุมัติก่อน จึงจะยื่นในวิทยฐานะเดิมได้

         2. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอ

             1) ต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ 4 ปีติดต่อกัน หรือมีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่ ก.ค.ศ. กำหนด กรณีลดระยะเวลาจะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ 3 ปีติดต่อกัน

             2) มีการพัฒนางานตามข้อตกลง ในช่วงระยะเวลาย้อนหลัง 3 รอบการประเมิน ผ่านเกณฑ์

             3) ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย/จรรยาบรรณที่หนักกว่าภาคทัณฑ์ ในช่วง 4 ปีย้อนหลัง

             4) สำหรับผู้ขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ/ครูเชี่ยวชาญพิเศษ ต้องมีผลงานทางวิชาการ

          3. การประเมิน กำหนดให้มีการประเมิน 2 ด้าน

             ด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน พิจารณาจาก

                   1) แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ใช้จัดการเรียนรู้

                   2) ไฟล์วีดิทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา ที่มาหรือแรงบันดาลใจในการจัดการเรียนรู้ตามข้อ 1)

             ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน

             สำหรับวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและครูเชี่ยวชาญพิเศษ จะมีการประเมินด้านที่ 3 คือ ด้านผลงานทางวิชาการด้วย

          4. การยื่นคำขอ ให้ยื่นคำขอและหลักฐานประกอบการประเมินผ่านระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (Digital Performance Appraisal : DPA)

         5. เกณฑ์การตัดสิน ในแต่ละด้านต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 สำหรับการขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ร้อยละ 75 และร้อยละ 80 สำหรับการขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ และครูเชี่ยวชาญพิเศษ ตามลำดับ

      โดยหลักเกณฑ์และวิธีการฯ นี้ จะประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564

          ทั้งนี้ ผู้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์เดิม (ว 17 , ว 21) สามารถดำเนินการคู่ขนานโดยยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์เดิมได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2565 และผู้ที่ประสงค์จะยื่นประเมินตามหลักเกณฑ์ใหม่ สามารถยื่นได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

 

2

3

4

6

 5

IMG 6014 8

9 10

11 12

IMG 6081

S 129892362

 

ระพีพรรณ จวงถาวร : ภาพ

ธาริณี นาคเมธี : ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่  :  Editor

 

 

 

 
  • ฮิต: 124846

การประชุมการบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

1

2222

      วันที่ 18 มกราคม 2564 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการได้เข้าร่วมการประชุมการบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ดำเนินการจัดการประชุม มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบนโยบายและร่วมเสนอแนะแนวทางในด้านการบริหารจัดการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสทางการศึกษา  โดยมีการจัดทำแผนการบูรณาการด้านการศึกษา ให้สามารถบริหารในทุกด้านของการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ กำหนดแนวทางการดำเนินงาน 3 ลักษณะ ได้แก่ การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียน Stand Alone คุณภาพสูงและโรงเรียนดีสี่มุมเมือง

    โดยการประชุมในวันนี้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้บรรยายเกี่ยวกับนโยบายการบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการให้ผู้เข้าร่วมการประชุมได้รับทราบ เนื่องจากเป็นนโยบายสำคัญที่จะส่งผลต่อการพัฒนาและการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการโดยรวม  โดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา วางเป้าหมายให้กระทรวงศึกษาธิการมีบทบาทในการยกระดับรายได้ของจังหวัด สร้างการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ลงทุนในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้ตอบโจทย์ตลาดและความต้องการในด้านอาชีพของแต่ละจังหวัด จัดกระบวนการเรียนการสอนให้เป็นระบบ ซึ่งจะทำให้ครูมีเวลาในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนมากขึ้น ส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพ และยังได้กล่าวฝากให้ สำนักงาน ก.ค.ศ. ทำแผนเรื่องความก้าวหน้าในวิชาชีพครู เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของโรงเรียนในแต่ละพื้นที่ด้วย

    ในการนี้ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. พร้อมด้วยนางสุปราณี นฤนาทนโรดม และนางสาวเจริญวรรณ หนูนาค รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้เข้าร่วมการประชุมและรับฟังนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ด้วย เพื่อเตรียมวางแผนการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.ค.ศ. ตามนโยบายดังกล่าวต่อไป

3

4

5

6

7

8

9

10

11

13

14

15

ธาริณี นาคเมธี : ภาพ /ข่าว

ศรายุทธ มาทัพ : หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่ : Editor
  • ฮิต: 1039

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กทม. 10300

Ribbon