
วันที่ 1 กันยายน 2568 ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ณ โรงแรมเบลล่าบี บางกรวย นนทบุรี
สืบเนื่องจากที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวน 2 หลักเกณฑ์ คือหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันฯ (กลุ่มบุคคลทั่วไป) และหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเข้าราชการดูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ (กลุ่มครูอัตราจ้าง และการบรรจุนักเรียนทุน) โดยให้ส่วนราชการกำหนดสัดส่วนจำนวนตำแหน่งว่าง เพื่อดำเนินการสรรหาฯ ทั้ง 2 หลักเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาการกำหนดสัดส่วนตำแหน่งว่าง เพื่อใช้ในการสอบแข่งขันและคัดเลือกบุคคลเข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ของแต่ละส่วนราชการมีความแตกต่างกัน อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและคุณภาพการจัดการศึกษา รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายในการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยให้มีการจ้างครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ เพื่อลดภาระงานของครู และช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของครูผู้ช่วยที่ได้รับการสรรหาโดยการสอบแข่งขันและการคัดเลือก โดยการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม และลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็น จำนวน 5 ครั้ง 5 ภูมิภาค และทำการประมวลผลเพื่อใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการสรรหาฯ ดังกล่าว
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการร่วมกันวิเคราะห์และกำหนดประเด็นสำหรับจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากส่วนราชการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมจำนวน 33 คน
ทั้งนี้ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้เสนอประเด็นสำคัญในการจัดทำข้อเสนอแนะดังกล่าว ได้แก่ 1. การวัดผลที่สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็น โดยการสอบจะต้องครอบคลุมในทุก ๆ ทักษะที่จำเป็นสำหรับครู ทั้งด้านความรู้ ทักษะการสอน และคุณธรรม รวมไปถึงทักษะด้านดิจิทัล 2. การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง ทั้งด้านการประเมินผลและระยะเวลาในการพัฒนา 3. การเชื่อมโยงระหว่างการสรรหาและการพัฒนาอาชีพ กำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพครูที่ชัดเจด เพื่อลดแรงจูงใจในการย้ายไปสายงานบริหารการศึกษา 4. การใช้ฐานข้อมูลในการตัดสินใจ การจัดการ Big Data ฐานข้อมูลบุคลากรแบบเรียลไทม์และครบถ้วน เพื่อใช้วางแผนการผลิตและพัฒนา ติดตามความก้าวหน้าของครู และใช้ข้อมูลเป็นฐานในการกำหนดนโยบาย และ 5. ธรรมาภิบาล นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใส เป็นธรรม สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนของการคัดเลือก โดยประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้การสรรหา พัฒนา และบริหารบุคลากรทางการศึกษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป
กลุ่มประชาสัมพันธ์และการเผยแพร่
สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กทม. 10300
Copyright © 2019 www.otepc.go.th

EN
TH