logo
Thai ไทย (ภาษาไทย)TH
ขนาดตัวอักษร :

Line vector logo icon set. Vector illustration facebook youtube otepc official feed

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ออกจากราชการไปแล้ว สมัครกลับเข้ารับราชการได้หรือไม่

edit 5 การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูกลับเข้ารับราชการ

 

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ออกจากราชการไปแล้ว สมัครกลับเข้ารับราชการได้หรือไม่?

     คำตอบคือ สามารถทำได้ โดยดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ผู้ออกจากราชการไปแล้วสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ว9/2556)

--------------------------------------

 

 "พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูฯ พ.ศ. 2547 มาตรา 64 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดออกจากราชการไปแล้ว และมิใช่เป็นการออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ถ้าสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและทางราชการประสงค์จะรับผู้นั้นเข้ารับราชการให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยให้มีตำแหน่ง วิทยฐานะ และ รับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด"

 

สรุปหลักเกณฑ์ฯ (ว9/2556)

1. การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ออกจากราชการไปแล้วและสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องเป็นกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ

2. ผู้สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

     2.1 เป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป ตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูฯ พ.ศ. 2547 และมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานตำแหน่ง และ/หรือมาตรฐานวิทยฐานะที่จะบรรจุและแต่งตั้ง

     2.2 ไม่เป็นผู้ที่ออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม

     2.3 เป็นผู้ที่ออกจากราชการไปแล้วไม่เกิน 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คำสั่งออกจากราชการมีผลใช้บังคับ ถึงวันที่หน่วยงานการศึกษาหรือส่วนราชการซึ่งมีหน้าที่ออกคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งรับคำขอสมัครเข้ารับราชการ เว้นแต่ กรณีออกจากราชการไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือลาออกจากราชการเพื่อติดตามคู่สมรสที่ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือปฏิบัติงานในต่างประเทศ

     2.4 อายุไม่เกิน 50 ปี ในวันที่ยื่นคำขอสมัครเข้ารับราชการ

3. ต้องไม่มี บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สอบคัดเลือกได้ หรือผู้ได้รับคัดเลือก ในตำแหน่งนั้นขึ้นบัญชีรอการบรรจุและแต่งตั้ง เว้นแต่ การบรรจุและแต่งตั้งในกรณีดังต่อไปนี้

     3.1 ผู้ออกจากราชการไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง

     3.2 ผู้ออกจากราชการไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกวุฒิสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น

     3.3 ผู้ลาออกจากราชการเพื่อติดตามคู่สมรสไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือปฏิบัติงานในต่างประเทศ

     3.4 ผู้ออกจากราชการเนื่องจากทางราชการเลิกหรือยุบหน่วยงานหรือยุบตำแหน่ง

สำหรับการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการใน ตำแหน่งครู ต้องไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สอบ คัดเลือกได้ หรือผู้ได้รับคัดเลือกในตำแหน่งครูผู้ช่วย ในกลุ่มวิชา หรือสาขาวิชา หรือวิชาเอกเดียวกันขึ้นบัญชี รอการบรรจุและแต่งตั้ง

4. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องเป็นตำแหน่งว่างที่มีอัตราเงินเดือน และหน่วยงานการศึกษาหรือส่วนราชการนั้นต้องมีตำแหน่ง และอัตรากำลังไม่เกินเกณฑ์และหรือกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด 

5. ให้บรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิมและวิทยฐานะเดิม หรือตำแหน่งเดิมและระดับที่ไม่สูงกว่าเดิม ก่อนออกจากราชการ 

6. ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับและขั้นหรืออัตราที่ไม่สูงกว่าที่ได้รับอยู่เดิมก่อนออกจากราชการ 

7. การนับเวลาออกจากราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

 

การดำเนินการ

- ยื่นคำขอต่อหน่วยงานการศึกษาหรือส่วนราชการแล้วแต่กรณี พร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแบบที่ ก.ค.ศ. กำหนด 

- การพิจารณาบรรจุและแต่งตั้งผู้สมัครเข้ารับราชการ ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 พิจารณาจากเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ทางราชการที่จะได้รับ และเสนอต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณา หากมีมติอนุมัติ ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ดำเนินการบรรจุและแต่งตั้ง


*กรณีการบรรจุและแต่งตั้งผู้สมัครเข้ารับราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือในตำแหน่งที่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ เมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณี พิจารณาแล้วเห็นว่า หากรับผู้นั้นเข้ารับราชการจะเป็นประโยชน์ต่อทางราชการให้เสนอ ก.ค.ศ. พิจารณาต่อไป

 

รายละเอียดหลักเกณฑ์ฯ ว9/2556

  • ฮิต: 723

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลาไปศึกษา ฝึกอบมรม วิจัย ยังได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนระหว่างลาหรือไม่? และต้องทำอะไรบ้าง?

ok 3. ลาศึกษา อบรม วิจัย

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ลาไปศึกษา ฝึกอบมรม วิจัย

ยังได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนระหว่างลาหรือไม่ ?และต้องทำอะไรบ้าง ?

กฎ ก.ค.ศ. การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2561 (ว 15/2561)

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ครู ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ที่ประสงค์จะขอลาไปศึกษา ฝึกอบมรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัย หากต้องการได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนละหว่างลา ต้องทำตามนี้

1. ยื่นขออนุญาตลาไปศึกษา ฝึกอบมรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัย ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 ต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อเสนอต่อผู้มีอำนาจอนุญาต สามารถดูได้ตามหนังสือ ว 14/2568 

2. ยื่นคำขอต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ได้รับสิทธิในการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนละหว่างลา ตามข้อ 11 ของกฎ ก.ค.ศ การเลื่อนเงินเดือนฯ โดยมีเงื่อนไขและขั้นตอน ดังนี้

    2.1 ก่อนไปศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย ต้องยื่นคำขอต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อเสนอต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณาอนุมัติ

    2.2 สำเร็จภายในระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต และตามระยะเวลาที่หลักสูตรกำหนด โดยไม่มีการขอขยายเวลา

    2.3 มีผลการศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย ดังต่อไปนี้

  • ปริญญาตรี ผลการศึกษาสะสมตามหลักสูตร ไม่ต่ำกว่า 2.5
  • ปริญญาโท ผลการศึกษาสะสมตามหลักสูตร ไม่ต่ำกว่า 3.2
  • ปริญญาเอก ผลการศึกษาสะสมตามหลักสูตร ไม่ต่ำกว่า 3.5
  • การฝึกอบรม หรือวิจัย มีผลการฝึกอบรมหรือก้าวหน้าในการวิจัย ที่มีคุณภาพสูง

    2.4 จัดทำรายงานเสนอแนวความคิดหรือวิธีการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้หรือคุณภาพการศึกษาต่อผู้บังคับบัญชาทุกครั้งที่มีการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน

การพิจารณา

- กรรมการจะพิจารณาจากผลการศึกษา ผลการฝึกอบรม หรือความก้าวหน้าในการวิจัย และรายงานฯ (ตามข้อ 2.4) และรายงานผลต่อผู้บังคับบัญชา

- ถ้าอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน ให้รอการเลื่อนเงินเดือนไว้ก่อน 

- เมื่อสำเร็จการศึกษา ฝึกอบรม หรือวิจัย และกลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการ จึงจะได้รับการเลื่อนเงินเดือนย้อนหลัง

- สามารถเลื่อนเงินเดือนได้ในอัตราไม่เกินร้อยละสองของฐานในการคำนวณในแต่ละรอบการประเมิน

 

รายละเอียด : (ว 15/2561)

 

  • ฮิต: 699

สิทธิที่ข้าราชการครูฯ ควรรู้ เมื่อถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย

สิทธิที่ข้าราชการครูฯ ควรรู้ เมื่อถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย

edit 1. สิทธิที่ข้าราชการครู ควรรู้ เมื่อถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย

 

สิทธิที่ข้าราชการครูฯ ควรรู้ เมื่อถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย

เพื่อให้การดำเนินการเป็นธรรม โปร่งใส และถูกต้องตามกฎหมาย
กฎหมายจึงมีการคุ้มครองสิทธิ (ของผู้ถูกกล่าวหา) ไว้ดังนี้

1. มีสิทธิที่จะร้องทุกข์คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย

2. มีสิทธิที่จะนำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้าร่วมฟังการสอบสวน

3. ไม่ถูกกระทบสิทธิเพราะเหตุแห่งการถูกสอบสวน เช่น การพิจารณาเลื่อนเงินเดือน การแต่งตั้งให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ เป็นต้น ยกเว้นการถูกสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน

4. มีสิทธิคัดค้านผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน คัดค้านการสอบสวน

5. มีสิทธิรับทราบข้อเท็จจริง โต้แย้ง แสดงหลักฐาน และอ้างพยานหลักฐาน 

6. มีสิทธิที่จะได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการสอบสวน ในกรณีคำขอ/คำชี้แจงของตนมีข้อบกพร่องหรือผิดหลง

7. มีสิทธิที่จะขอตรวจดูต้นฉบับหรือพยานหลักฐาน และถ้าต้องการสำเนาเอกสารหลักฐาน ก็มีสิทธิได้รับสำเนาตามที่คณะกรรมการฯเห็นสมควร

8. มีสิทธิได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหา

9. มีสิทธิยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ให้ถ้อยคำแก้ข้อกล่าวหาและนำสืบแก้ข้อกล่าวหา

10. มีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกขู่เข็ญ หลอกลวง ให้คำมั่นสัญญา จูงใจ หรือกระทำการโดยมิชอบด้วยประการใด ๆ หรือกระทำให้ท้อใจ หรือใช้กลอุบาย

11. เมื่อถูกลงโทษแล้ว มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ หรือหากถูกสั่งให้ออกจากราชการมีสิทธิร้องทุกข์คำสั่งให้ออกจากราชการ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : คู่มือการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 

 

 

  • ฮิต: 928

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ใครบ้างที่มีสิทธิเลื่อนเงินเดือน? และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง?

แก้ไข เลื่อนเงินเดือน

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ใครบ้างที่มีสิทธิเลื่อนเงินเดือน? และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง?

ตาม กฎ ก.ค.ศ. การเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2561 (ว 15/2561)

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ครู ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา

ในแต่ละปีจะได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน ปีละ 2 ครั้ง คือ ครึ่งปีแรก ในวันที่ 1 เมษายน และ ครึ่งปีหลัง ในวันที่ 1 ตุลาคม โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

1. มีผลการปฏิบัติงานไม่ต่ำกว่าระดับพอใช้หรือร้อยละ 60

2. ไม่ถูกสั่งลงโทษทางวินัยที่หนักกว่าภาคทัณฑ์ หรือศาลพิพากษาคดีอาญาความผิดเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ต่อหน้าที่ราชการของตน ซึ่งมิใช่ความผิดโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ 

3. ไม่ถูกสั่งพักราชการนานเกินกว่า 2 เดือน

4. ไม่ขาดราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

5. ต้องรับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 เดือน หรือปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า 4 เดือน ก่อนถึงแก่ความตาย หรือ 3 เดือน 15 วัน สำหรับบรรจุใหม่

6. ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยในหรือต่างประเทศ ต้องมีเวลาปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า 4 เดือน

7. ได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรสไปปฏิบัติราชการ หรือปฏิบัติงานในต่างประเทศ ต้องมีเวลาปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า 4 เดือน

8. ต้องไม่ลาหรือมาสายเกินจำนวนครั้งที่หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ได้รับมอบหมายกำหนดเป็นหนังสือไว้ก่อนแล้ว 

9. มีวันลารวมกันแล้วต้องไม่เกิน 23 วัน สำหรับลากิจส่วนตัวและลาป่วย ให้นับเฉพาะวันทำการ 

ยกเว้นกรณีต่อไปนี้

1. ลาอุปสมบท/ลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย (เฉพาะวันลาที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมายว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน)

2. ลาคลอดบุตรไม่เกิน 90 วัน

3.ลาป่วยซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานาน ไม่ว่าคราวเดียวกันหรือหลายคราวรวมกันไม่เกิน 60 วันทำการ

4. ลาป่วยเพราะประสบอันตรายขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือขณะเดินทางไปหรือกลับจากปฏิบัติราชการ

5. ลาพักผ่อน

6. ลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล

7. ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

8. ลาไปช่วยภริยาที่คลอดบุตร เฉพาะวันลาที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมาย

9. ลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ

 

รายละเอียด : (ว 15/2561)

  • ฮิต: 1348

สารสนเทศสำนักงาน ก.ค.ศ.



footer logo

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนินนอก ดุสิต กทม. 10300

Ribbon